สถาบัน Good Language สอน IELTS
Good Language คอร์สเรียนออนไลน์

ข้อมูลและตารางสอบ IELTS

IELTS คือชื่อย่อของ International English Language Testing System
เป็นการทดสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการ:

  • ศึกษาต่อในต่างประเทศ (เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ ฯลฯ)
  • ทำงานในองค์กรระหว่างประเทศ
  • ย้ายถิ่นฐานถาวรไปยังประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
  • ผลสอบ  IELTS เก็บได้  2  ปี

รูปแบบของ IELTS

IELTS แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:

  • IELTS Academic – สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยหรือวิชาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ วิศวกร
  • IELTS General Training – สำหรับการสมัครงาน ย้ายถิ่นฐาน หรือฝึกอบรมที่ไม่ใช่ระดับอุดมศึกษา

โครงสร้างข้อสอบ

การสอบ IELTS มีทั้งหมดแบ่งเป็น 4 ทักษะ ดังนี้

ทักษะการฟัง

เวลา

รายละเอียด

Listening

~30 min.

ฟังบทสนทนาและตอบคำถาม

Reading

60 min.

อ่านบทความและตอบคำถาม

Writing

60 min.

เขียนเรียงความ/จดหมาย/บทวิเคราะห์

Speaking

11-14 min.

สัมภาษณ์ตัวต่อตัวกับผู้สอบ

การวัดคะแนน

คะแนนจะอยู่ในช่วง 0 ถึง 9 เรียกว่า Band Score (ตัวอย่างการแปลผล)

  • 9 = เชี่ยวชาญมาก (Expert User)
  • 7 = ดี (Good User)
  • 5 = พอใช้ (Modest User)
  • 4 = พื้นฐาน (Limited User)

ศูนย์สอบ IELTS

  1. British Council – Siam Square – Bangkok, Thailand ศูนย์สอบอย่างเป็นทางการของ British Council ใกล้ BTS สยาม britishcouncil.or.th
  2. IDP – สีลม (Liberty Square) Bangkok, Thailand ศูนย์สอบ IDP ของกรุงเทพฯ ที่อาคาร Liberty Square ติด BTS สีลม 

ราคาสอบ IELTS เพื่อไปเรียนต่อ

  • IELTS Regular Academic (paper and computer)  8,860 บาท
  • IELTS for UKVI (Academic & General Training): 9,100 บาท

ราคาสอบ IELTS เพื่อไปเรียนทำงาน

  • IELTS Regular General Training  (paper and computer)  8,860 บาท
  • IELTS for UKVI (Academic & General Training): 9,100 บาท

ระยะเวลาการออกผลสอบ

  • Computer  1-5 วันออกผลคะแนน

ลักษณะข้อสอบ IELTS ทั้ง 4 ทักษะ

1. Listening (การฟัง)

  • จำนวนข้อ: 40 ข้อ
  • เวลา: ประมาณ 30 นาที (+ 10 นาทีสำหรับเขียนคำตอบลงในกระดาษถ้าเป็น Paper-based)
  • โครงสร้าง: แบ่งเป็น 4 ตอน (Section 1–4)
    • Section 1: บทสนทนาในชีวิตประจำวัน (เช่น การจองโรงแรม)
    • Section 2: การพูดคนเดียว (เช่น ไกด์อธิบายสถานที่)
    • Section 3: การสนทนากลุ่ม (เช่น นักเรียนคุยงานกลุ่ม)
    • Section 4: การบรรยายเชิงวิชาการ (lecture)

รูปแบบคำถาม Listening

รูปแบบคำถาม

ลักษณะโจทย์

เทคนิคตอบ

1. Form / Note / Table / Flow-chart Completion

เติมข้อมูลในฟอร์ม, โน้ต, ตาราง หรือแผนผัง ตามที่ได้ยิน

– อ่านคำสั่งว่าจำกัดกี่คำ/ตัวเลข
– คาดเดาคำตอบล่วงหน้าจากบริบท
– ฟังคำพ้อง (synonyms) หรือรูปคำเปลี่ยน (verb tense, plural)

2. Multiple Choice (MCQ)

เลือกคำตอบจาก 3–4 ตัวเลือก อาจมีคำตอบเดียวหรือหลายคำตอบ

– อ่านตัวเลือกทั้งหมดก่อนฟัง
– ฟังเพื่อแยกคำลวง (distractors) ที่พูดแล้วเปลี่ยนใจ
– จับคำบอกทิศทางของเนื้อหา เช่น however, but, actually

3. Matching

จับคู่รายการ เช่น คน–กิจกรรม, สถานที่–รายละเอียด

– อ่านทั้งสองฝั่งก่อนฟัง
– จับคำอธิบาย/คุณสมบัติของแต่ละตัวเลือก
– ขีดเส้นใต้คำหลักเพื่อช่วยฟังจับคู่ได้เร็ว

4. Map / Plan / Diagram Labelling

ระบุตำแหน่งบนแผนที่, แผนผังอาคาร, หรือชิ้นส่วนในภาพ

– ศึกษาแผนผังก่อนว่ามีจุดอ้างอิงใดบ้าง
– จับคำบอกตำแหน่ง (next to, opposite, turn left)
– ติดตามลำดับการพาเดิน/บรรยาย

5. Sentence Completion

เติมคำลงในประโยคให้สมบูรณ์ตามที่ได้ยิน

– อ่านประโยคก่อนฟังเพื่อเดาคำที่ขาด (noun/verb/number)
– ฟังโครงสร้างประโยคและ tense
– ระวังคำสะกด (spelling)

6. Short Answer Questions

ตอบคำถามสั้น ๆ ด้วยคำหรือจำนวนจากเนื้อหา

– อ่านคำถามก่อนและระบุคำหลัก
– เดาคำตอบได้ว่าจะเป็นชื่อ, ตัวเลข, สถานที่ ฯลฯ
– ใช้เฉพาะคำจากบทสนทนา ไม่ใส่คำเกินคำสั่ง

2. Reading (การอ่าน)

  • จำนวนข้อ: 40 ข้อ
  • เวลา: 60 นาที (ไม่มีเวลาเพิ่มสำหรับถ่ายคำตอบ)
  • ความต่างระหว่าง Academic และ General Training:
    • Academic: 3 บทความยาว (เนื้อหาจากหนังสือ, วารสาร, งานวิจัย)
    • General: 3 ส่วน เนื้อหาจากโฆษณา ประกาศ คู่มือ หรือบทความทั่วไป

รูปแบบคำถาม IELTS Reading 

รูปแบบคำถาม

ลักษณะโจทย์

เทคนิคตอบ

1. Form / Note / Table / Flow-chart Completion

เติมข้อมูลในฟอร์ม, โน้ต, ตาราง หรือแผนผัง ตามที่ได้ยิน

– อ่านคำสั่งว่าจำกัดกี่คำ/ตัวเลข
– คาดเดาคำตอบล่วงหน้าจากบริบท
– ฟังคำพ้อง (synonyms) หรือรูปคำเปลี่ยน (verb tense, plural)

2. Multiple Choice (MCQ)

เลือกคำตอบจาก 3–4 ตัวเลือก อาจมีคำตอบเดียวหรือหลายคำตอบ

– อ่านตัวเลือกทั้งหมดก่อนฟัง
– ฟังเพื่อแยกคำลวง (distractors) ที่พูดแล้วเปลี่ยนใจ
– จับคำบอกทิศทางของเนื้อหา เช่น however, but, actually

3. Matching

จับคู่รายการ เช่น คน–กิจกรรม, สถานที่–รายละเอียด

– อ่านทั้งสองฝั่งก่อนฟัง
– จับคำอธิบาย/คุณสมบัติของแต่ละตัวเลือก
– ขีดเส้นใต้คำหลักเพื่อช่วยฟังจับคู่ได้เร็ว

4. Map / Plan / Diagram Labelling

ระบุตำแหน่งบนแผนที่, แผนผังอาคาร, หรือชิ้นส่วนในภาพ

– ศึกษาแผนผังก่อนว่ามีจุดอ้างอิงใดบ้าง
– จับคำบอกตำแหน่ง (next to, opposite, turn left)
– ติดตามลำดับการพาเดิน/บรรยาย

5. Sentence Completion

เติมคำลงในประโยคให้สมบูรณ์ตามที่ได้ยิน

– อ่านประโยคก่อนฟังเพื่อเดาคำที่ขาด (noun/verb/number)
– ฟังโครงสร้างประโยคและ tense
– ระวังคำสะกด (spelling)

6. Short Answer Questions

ตอบคำถามสั้น ๆ ด้วยคำหรือจำนวนจากเนื้อหา

– อ่านคำถามก่อนและระบุคำหลัก
– เดาคำตอบได้ว่าจะเป็นชื่อ, ตัวเลข, สถานที่ ฯลฯ
– ใช้เฉพาะคำจากบทสนทนา ไม่ใส่คำเกินคำสั่ง

3. Writing (การเขียน)

  • เวลา: 60 นาที
  • แบ่งเป็น 2 งาน:
    • Task 1:
      • Academic: เขียนอธิบายกราฟ ตาราง แผนภูมิ หรือแผนผัง (150 คำขึ้นไป)
      • General: เขียนจดหมาย (formal, semi-formal, informal)
    • Task 2: เขียนบทความแสดงความคิดเห็น (essay) ความยาวอย่างน้อย 250 คำ
  • การให้คะแนน: พิจารณา 4 ด้าน
    • Task achievement/response
    • Coherence & cohesion
    • Lexical resource
    • Grammatical range & accuracy

4. Speaking (การพูด)

  • เวลา: 11–14 นาที (สอบแบบตัวต่อตัวกับผู้สอบถาม)
  • โครงสร้าง:
    • Part 1: คำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวผู้สอบ (4–5 นาที) เช่น บ้าน งาน อาหาร งานอดิเรก
    • Part 2: พูดตามหัวข้อจากบัตรคำ (cue card) 1–2 นาที (มีเวลาเตรียม 1 นาที)
    • Part 3: สนทนาเชิงลึกต่อจากหัวข้อ Part 2 (4–5 นาที)
  • ประเมินจาก: Fluency & coherence, Vocabulary, Grammar, Pronunciation

ตารางสอบ  IELTS แบบ paper

  • 9.00-12.00  : ฟัง / อ่าน / เขียน
  • ช่วงบ่าย : พูด

ตารางสอบ  IELTS แบบ Computer

มีสอบเกือบทุกวัน / รอบเช้า 9.00-12.00 / รอบบ่าย  14.00-17.00

Remark IELTS คืออะไร

การ ขอตรวจทวนคะแนน IELTS อีกครั้ง (re-mark) กรณีที่ผู้สอบรู้สึกว่าคะแนนที่ได้ โดยเฉพาะทักษะ Speaking หรือ Writing ต่ำกว่าที่คาด หรืออาจมีข้อผิดพลาดในการให้คะแนน

รายละเอียด

  • เป็นการส่งข้อสอบกลับไปให้ ผู้ตรวจใหม่ (ที่ไม่ใช่คนตรวจเดิม) ตรวจซ้ำทุกพาร์ท หรือบางพาร์ทที่คุณเลือก
  • เรียกว่าอย่างเป็นทางการว่า Enquiry on Results (EOR)

ขั้นตอน

  1. ยื่นคำร้อง Remark ภายใน 6 สัปดาห์ (42 วัน) หลังวันสอบ
  2. เลือกได้ว่าจะ Remark ทั้ง 4 Skills หรือบาง Skill
  3. ชำระค่าธรรมเนียม (ในไทยปกติประมาณ 4,300 บาท ขึ้นอยู่กับศูนย์สอบ)
  4. รอผลตรวจใหม่ (ปกติใช้เวลา 3–21 วันทำการ หรือบางครั้งนานกว่านั้น)
  5. ถ้าผลคะแนน เพิ่มขึ้น จะได้รับ คืนค่าธรรมเนียมเต็มจำนวน
    ถ้าคะแนน เท่าเดิม จะไม่ได้คืน

IELTS One Skill Retake   คืออะไร

  • เป็นรูปแบบใหม่ที่อนุญาตให้สอบซ้ำ เฉพาะพาร์ทที่ต้องการ เช่น สอบเฉพาะ Speaking หรือ Writing
  • ยังไม่เปิดใช้ครบทุกประเทศ — ในไทย มีแล้ว สำหรับผู้สอบผ่าน คอมพิวเตอร์ (Computer-delivered IELTS)
  • เงื่อนไข: ต้องสอบรอบเต็มก่อน, คะแนนส่วนอื่นยังใช้ได้, และ retake ได้ภายใน 60 วัน หลังรอบสอบเดิม