IELTS กับ TOEIC ต่างกันยังไงเลือกสอบแบบไหนดี
วางแผนเรียนต่อต่างประเทศที่เน้นใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกสารหลักที่จำเป็นสำหรับการสมัครสอบนั่นก็คือ ผลคะแนนวัดระดับ IELTS หรือ TOEIC
ซึ่งผลคะแนนทั้งสองแบบนี้ มีความแตกต่างกันแบบไหนและเลือกสอบแบบไหนจึงจะตอบโจทย์สำหรับการนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ เรามีคำอธิบายขยายความ การสอบทั้งสองรูปแบบมาให้ทำความเข้าใจกันว่า IELTS กับ TOEIC ต่างกันยังไงและควรเลือกแบบไหนดีสำหรับการสอบภาษาอังกฤษทำงานต่างประเทศ สอบภาษาอังกฤษสำหรับการสมัครเรียนต่อต่างประเทศ
สอบอะไรดีระหว่าง IELTS กับ TOEIC
สอบ IELTS
IELTS (International English Language Testing System) คะแนน IELTS มีอายุ (Validity Period) 2 ปี นับจากวันที่ประกาศผลคะแนน คะแนนสูงสุด (Band) 9.0 สามารถสอบได้ทุกเพศ ทุกวัย รูปแบบการสอบทั้งอัตนัยและปรนัย การเขียนเรียงความ การสอบแบบสนทนา 1:1 กับเจ้าหน้าที่ผู้คุมสอบ
ประเมินทักษะ 4 ด้าน ได้แก่
- ฟัง (Listening)
- อ่าน (Reading)
- เขียน (Writing)
- พูด (Speaking)
สอบ IELTS เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการใช้ในการยื่นศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลก
- ผู้ที่มีแผนการย้ายถิ่นฐานไปยังต่างประเทศ
- ผู้ที่ใช้ผลคะแนนในการยื่นสมัครงาน เลื่อนตำแหน่ง หรืออัพเดต Resume ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ค่าสอบ IELTS ปี 2025 ราคาเท่าไหร่
ค่าสอบในประเทศไทยมีความแตกต่างตามประเภทการสอบและผู้ให้บริการสอบ โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้
- IELTS Academic และ IELTS General Training หรือการสอบสำหรับการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย รวมทั้งการสมัครงานในบริษัทต่างชาติ ราคา 8,210 บาท
- IELTS for UKVI หรือ การสอบสำหรับยื่นวีซ่า ราคา 9,100 บาท
- IELTS Life Skills หรือ การสอบเน้นการฟัง การพูด สำหรับยื่นวีซ่าแต่งงาน ราคา 6,970
การเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยนานาชาติ หรือศึกษาต่อต่างประเทศ เน้นใช้ผลคะแนนสอบ IELTS ในขณะที่การเข้าสมัครงาน อาจใช้เพียงผลคะแนนสอบ TOEIC
สอบ TOEIC
คะแนน TOEIC (Test of English for International Communication) รูปแบบผลการสอบในการวัดคะแนน ทักษะการฟังและการอ่าน อันเป็นรูปแบบมาตรฐานในการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อวัดระดับ โดยการสอบเน้นแบบปรนัย 200 ข้อ การฟังและพูดกับระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีคะแนนเต็มที่ 990 คะแนน โดยมีอายุคะแนน 2 ปี นับแต่วันที่ประกาศผลสอบ
สอบ TOEIC เหมาะกับใคร
- นักศึกษาจบใหม่ที่ต้องการคะแนนสำหรับการสมัครงาน
- คนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนตำแหน่ง หรือเปิดโอกาสสู่ความสำเร็จในการงาน
เกณฑ์คะแนน TOEIC แสดงความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ โดยแบ่งเป็นระดับ 6 ระดับ ดังนี้
- TOEIC 905 – 990 สื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสมือนเจ้าของภาษา
- TOEIC 785 – 900 สื่อสารภาษาอังกฤษในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- TOEIC 605 -780 สื่อสารภาษาอังกฤษในการทำงานทั่วไป
- TOEIC 405 – 600 สื่อสารภาษาอังกฤษแบบเห็นหน้าได้
- TOEIC 255 – 400 สื่อสารภาษาอังกฤษได้แบบจำกัด ในการสนทนาที่ไม่ซับซ้อน
- TOEIC 10 – 250 สื่อสารภาษาอังกฤษในการเอาตัวรอดได้
สำหรับการสอบ TOEIC ผลคะแนนที่นับว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีผลต่อการพิจารณาสมัครงาน ควรมีเกณฑ์ที่มากกว่า 600 คะแนนขึ้นไป
ระดับคะแนนเกณฑ์มาตรฐานสากล (CEFR) เมื่อเทียบกับคะแนน TOEIC
- A1 (ระดับเริ่มต้น) = TOEIC 120 – 220 คะแนน
- A2 (ระดับพื้นฐาน) = TOEIC 225 – 545 คะแนน
- B1 (ระดับกลาง) = TOEIC 550 – 780 คะแนน
- B2 (ระดับกลางค่อนสูง) = TOEIC 785 – 940 คะแนน
- C1 (ระดับสูง) = TOEIC 940 – 990 คะแนน

เตรียมตัวสอบ IELTS และ สอบ TOEIC เพิ่มโอกาสในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และการสมัครงาน เตรียมตัวให้พร้อมก่อนสอบเพื่อผลคะแนนที่ดีตั้งแต่ครั้งแรก Good Language กุญแจสู่โอกาสที่ดีกว่า
- คอร์สเรียน IELTS
- คอร์สเรียน IELTS แบบ E-Learning
- คอร์สเรียน TOEIC
- คอร์สเรียนแบบ Private และ
- คอร์สพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เพิ่มโอกาสในการเรียนและการทำงาน












